Archive for the ‘Blog’ Category
ส.ค.ส. 2553
Thursday, December 31st, 2009
ผลงานที่เกิดจากทักษะการใช้ Photoshop แบบงู ๆ ปลา ๆ
สวัสดีปีใหม่จ้า
ความเหมือนในความต่าง
Thursday, March 26th, 2009อาทิตย์ก่อนโน้น อ่าน The Guardian ออนไลน์ เจอบทความเกี่ยวกับผลสำรวจการอ่านหนังสือในวัน World Book Day ของอังกฤษ เค้าบอกว่าคนที่ทำแบบสอบถามหลายคนยอมรับว่าตัวเองโกหกว่าอ่านงานคลาสสิคอย่าง 1984 ของจอร์จ ออร์เวลส์ , Ulysses ของเจมส์ จอยซ์ หรือ Midnight’s Children ของซัลมาน รัชดี
อาทิตย์ที่แล้วเจอกระทู้เปิดโปงสิบแปดมงกุฏในห้องนอกกระแส ของ Pantip.com มีกระทาชายใช้นามแฝงเป็นชื่อวง shoegaze ขวัญใจมหาชน อ้างว่าทำงานบริษัทซีดี แต่โดนแฉว่า จริง ๆ แล้วมีพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้าน
ตัวหัวข้อกระทู้นั้นเป็นไปในเชิงแจ้งข่าวและเตือนให้ระวังตัวกัน แต่อ่านความคิดเห็นด้านล่างบางอัน แล้วเริ่มตะหงิด ๆ
ถามว่า เรื่องการโกหกว่าอ่านวรรณกรรมคลาสสิค กับ การใช้นามแฝง MBV มาหลอกตุ๋นนี่มันเกี่ยวกันยังไง
อ่านบทความของ The Guardian นายคนเขียนเค้าก็ลองวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมนะ คนเราถึงอยากอ้างว่าอ่านงานเขียนเล่มโน้น เล่มนี้แล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อ่าน เค้าวิเคราะห์ว่า เพราะเวลาท่ีคนเรามาเจอกันครั้งแรก ความประทับใจแรกพบมันสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นการพบกันของสาวน้อยกะหนุ่มหน้ามน ต่างฝ่ายต่างคนก็อยากจะหาเรื่องมาคุยกัน
“taste” ที่ตรงกัน ก็น่าจะทำให้ “คลิก” กันได้ง่ายใช่มั้ย แต่ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนต่างฝ่ายต่างพยายามบลัฟฟ์กันไปด้วย เพราะเล่มที่หยิบว่าบลัฟฟ์กันน่ะ มันต้อง”คูล”หน่อย (ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคนอังกฤษถึงนิยมโม้กันว่าอ่านวรรณกรรมเจ๋ง ๆ ที่ชาวบ้านทั่วไปไม่เคยอ่าน)
ดูไปดูมา อาจจะมองได้ว่าเป็นปม narcissism เรารักตัวเอง เราชอบ “taste” ของเรา ถ้าเราจะรับใครเข้ามา เราก็ควรจะมองหาคนที่เหมือนเราใช่มั้ย (ซึ่งตรรกะแบบนี้ไม่สอดคล้องกับทฤษฎี Missing piece ส่วนที่หายไป เพราะถ้าเราจะเอารูปแบบที่เหมือนเราเป๊ะ มันจะเข้ามาเติมเต็มให้เราได้ยังไง นึกถึงตัว pac man กับ missing piece รูปชิ้นเค้ก นอกเสียจากว่า เราสมบูรณ์ในตนเอง แล้วอีกฝ่ายก็สมบูรณ์ แต่ก็จะกลายเป็นวงกลมสองวงกลิ้งไปด้วยกัน ไม่ได้เติมเต็มซึ่งกันและกัน)
ในโลกดนตรีนอกกระแส หรือโลกอินดี้ (พิมพ์เอง ยังเบื่อเอง ไอ้คำเนี้ย) มันก็หนีไม่พ้นกรอบความคิดเดียวกันกับข้างบน การแสวงหาความเหมือน(ท่ามกลางความต่างและความพอใจในการแตกต่าง such an irony!) และการบลัฟฟ์กันอยู่ในทีของสังคมนี้ เรียกว่าภูมิใจในความแตกต่าง (เพราะแม้แต่อินดี้ด้วยกัน การแบ่งประเภทดนตรียังแบ่งชั้นวรรณะ และดูเหมือน indie pop แบบ”เคี้ยวง่าย” จะไม่ได้อยู่ในวรรณะเดียวกับ experimental ที่”ฟังยาก”) แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังอยากให้มีคนตระหนักรู้และ”เก็ท”ไปพร้อม ๆ กับเรา
ทั้งหมดทั้งสิ้นล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดจุดอ่่อน เพราะหากยึดอยู่กับกรอบความคิดเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่วันนึง จะมีคนๆนึงมองว่ากะอีแค่ความรู้เรื่องเพลง หรือข่าววงดนตรี หาอ่านเอาที่ไหนก็ได้ NME, Pitchfork, นิตยสารดนตรีซึ่งในกระทู้แจ้งข่าวบอกว่าเค้าคนนั้นชอบพกติดตัวมามีตติ้ง ทำให้เค้าสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มเล็ก ๆ ที่แสนจะแตกต่างกลุ่มนี้ได้ และใช้นามแฝงเป็นชื่อวงในตำนานอีก …
พิมพ์มาถึงตรงนี้ สะอึกอยู่เหมือนกันที่พบว่า”อิมเมจ”มันสำคัญแค่ไหน แต่อย่าไปว่าเค้าเล้ย ตรองดูตัวเราละกัน

